เอกสารต่างๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ เรียกว่า เว็บเพจ เป็นหน้าเอกสารต่างๆ ทั้งหมดภายในเว็บไซต์
ซึ่งเว็บเพจจะแสดงข้อมูลต่างๆ ภายในเว็บไซต์ สามารถเข้าไปดูข้อมูลในแต่ละหน้าได้
โดยการเชื่อมโยงจากหน้าโฮมเพจ หรือจากการเชื่อมโยงจากเว็บเพจหน้าอื่นๆ ในเว็บไซต์เดียวกัน
Web Sites
เว็บไซต์ (Web Site) คือ แหล่งเก็บเว็บเพจหลาย ๆ หน้า หรือการนำเอาเว็บเพจหลาย ๆ หน้ามารวมกันให้อยู่ภายใต้ชื่อหนึ่งชื่อเหมือนกัน ใช้เผยแพร่ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต
โดยเมื่อผู้ใช้ต้องการเปิดดูข้อมูลในเวบไซต์ บราวเซอร์จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลมายัง
เครื่องที่เวบไซต์เพื่อดึงข้อมูลไปแสดงให้กับผู้ใช้
๊URL คือ อะไร
โปรแกรมชี้แหล่งทรัพยากรสากล หรือตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต
(อังกฤษ: universal resource locator หรือ uniform resource locator)
เรียกโดยย่อว่า "ยูอาร์แอล" (อังกฤษ: URL) หมายถึงตัวระบุแหล่งในอินเทอร์เน็ต โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและที่อยู่ของเว็บไซต์หนึ่ง ๆ
ลองจินตนาการถึงบ้านเรา URL ก็คือถนนที่นำทางไปสู่บ้านเรานั่นเอง
สมมติว่าเราฝากรูปไว้ที่ Photobucket ตัวหนังสือ http://..... ที่นำไปสู่รูปเราก็คือ URL นั่นเอง
หมายเลขอินเตอร์เน็ต หรือ IP Address จะเป็นรหัสประจำตัวของคอมพิวเตอร์
ที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต โดยหมายเลขนี้จะมีรหัสไม่ซ้ำกัน ประกอบไปด้วยตัวเลขจำนวน 4 ชุด
ด้วยกัน ที่คั่นด้วย เครื่องหมายจุด (.) ยกตัวอย่างเช่น 203.155.241.37 ครับ จะเป็นหมายเลข
IP Address ของเครื่อง thaiware.com
ชื่ออินเตอร์เน็ต ( DNS : Domain Name Server ) จะเป็นชื่อที่อ้างถึง คอมพิวเตอร์
ที่ต่อเข้ากับ อินเตอร์เน็ต เนื่องจาก IP Address เป็นตัวเลข 4 ชุด ซึ่งเป็นที่ยากในการจำเป็นอย่างมาก
และ ไม่ได้สะดวกต่อผู้ใช้ ซึ่ง DNS นี้จะทำให้จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น เป็น mail.ksc.net.th ,
comnet3@ksc.net.th ( mail คือ ชื่อ คอมพิวเตอร์ , ksc คือชื่อ เครือข่ายท้องถิ่น ,
net คือ ซับโดเมน , th คือ ชื่อโดเมน)
โดเมนเนม คืออะไร?
โดเมนเนม (domain name) คือ ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์ (เช่น เป็นส่วนหนึ่งของ
ที่อยู่เว็บไซต์ หรืออีเมล์แอดเดรส) เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม เพื่อระบุถึง
ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ของตน
บางครั้ง เราอาจจะใช้ "ที่อยู่เว็บไซต์" แทนก็ได้
หรือเว็บไซต์มีอยู่มากมายบนอินเตอร์เน็ต แต่ละเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีชื่อส่วนตัวหรือโดเมนเนม
เป็นของตัวเองไม่ซ้ำกัน เช่น hotmail.com, thailand.net หรือ thailand.org เป็นต้น โดยจะมีองค์กรในหลายๆประเทศที่รับจดทะเบียนโดเมนเนมในประเภทที่แตกต่างกันไป อาทิ
Internic.net ในอเมริกาเป็นผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .com หรือ .net
แต่ในขณะที่ ThaiNic.net ของไทยรับจดทะเบียนเฉพาะ .co.th หรือ .co.org เป็นต้น
ชื่อโดเมน หรือ โดเมนเนม (domain name) คืออะไร
โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้
จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย
ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแล
ระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร
โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ
ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ
ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
1. โดเมน 2 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
2. โดเมน 3 ระดับ ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ
โดนเมนเนม 2 ระดับ
จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น www.b2ccreation.com
ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้
* .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
* .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
* .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
* .edu คือ สถาบันการศึกษา
* .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
* .mil คือ องค์กรทางทหาร
โดนเมนเนม 3 ระดับ
จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น www.kmitnb.ac.th,
www.nectec.or.th, www.google.co.th
ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ
* .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
* .ac คือ สถาบันการศึกษา
* .go คือ องค์กรของรัฐบาล
* .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
* .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร
* .th คือ ประเทศไทย
* .cn คือ ประเทศจีน
* .uk คือ ประเทศอังกฤษ
* .jp คือ ประเทศญี่ปุ่น
* .au คือ ประเทศออสเตรเลีย
ขึ้นข้างบน
โดเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ
โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
ที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine
ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index
กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา
(ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.b2ccreation.com/)
สรุป (เพิ่มเติม)
ชื่ อโดเมน หรือ โดเมนเนม (domain name) หมายถึง ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์
(เช่น เป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่เว็บไซต์ หรืออีเมล์แอดเดรส) เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม
เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์
ของตน บางครั้ง เราอาจจะใช้ "ที่อยู่เว็บไซต์" แทนก็ได้
โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน เป็นชื่อที่ตั้ง
ขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นจดจำได้ยากกว่า และเมื่อการเปลี่ยนแปลง
ไอพีแอดเดรส ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสใหม่ ยังคงใช้โดเมนเนมเดิมได้ต่อไป
อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมนเนม ได้แก่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ "-"
(ยัติภังค์) คั่นด้วย "." (มหัพภาค) โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข
มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน
1 ไอพีแอดเดรส สามารถใช้โดเมนเนมได้มากกว่า 1 โดเมนเนม และหลายๆ โดเมนเนมอาจจะใช้
ไอพีแอดเดรสเดียวกันได้
ตัวอย่าง
ตัวอย่างต่อไปนี้ แสดงถึงความแตกต่างระหว่าง ยูอาร์แอล (URL) โดเมนเนม และ ซับโดเมน
ยูอาร์แอล: http://www.example.com/
โดเมนเนม: example.com
ซับโดเมน : subdomain.example.com
โดยทั่วไป ไอพีแอดเดรสกับชื่อเซิร์ฟเวอร์มักจะแปลงกลับไปมาได้ 1 ไอพีแอดเดรสมักหมายถึง 1 ชื่อ
เซิร์ฟเวอร์ แต่ปัจจุบัน ความสนใจในเรื่องเว็บ ทำให้จำนวนเว็บไซต์มีมากกว่าเซิร์ฟเวอร์ โปรโตคอล
HTTP จึงระบุว่าไคลเอนต์จะเป็นผู้บอกเซิร์ฟเวอร์ว่าชื่อใดที่ต้องการใช้ วิธีนี้ 1 เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้
1 ไอพีแอดเดรสจะใช้โดเมนเนมได้หลายชื่อ
ยกตัวอย่าง เซิร์ฟเวอร์ที่มีไอพี 192.0.34.166 อาจจะใช้งานโดเมนเนมเหล่านี้ได้:
example1.com
example2.net
example3.org
เมื่อมีคำร้องขอ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชื่อโฮสต์ก็จะถูกร้องขอเช่นกัน เพื่อส่งไปยังผู้ใช้
ที่มา: วิกิพีเดีย และhttp://www.krooit.com/ |
|
ขึ้นข้างบน
การจดทะเบียน Domain แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- การจดทะเบียน Domain ต่างประเทศ
- การจดทะเบียน Domain ภายในประเทศ
การจดทะเบียน Domain ต่างประเทศ
- .COM ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนตัว
และมีบางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ (web site) ประเภทอื่นๆ ด้วย
- .NET ใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค (network) ของคอมพิวเตอร์
หรือเว็บไซต์บริการอินเทอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย
- .ORG ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ บางครั้งก็มีการจดทะเบียนนำไปใช้กับ
เว็บไซต์ประเภทอื่นด้วย
การจดทะเบียน Domain ภายในประเทศ
- .CO.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป
- .OR.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ และชื่อโดเมนต้องเป็นชื่อขององกร
หรือตัวย่อของชื่อองค์กรนั้นๆ ต้องใช้สำเนาเอกสารทางราชการเป็นหลักฐาน
การจดทะเบียน
- .AC.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของสถานศึกษาต่างๆ ชื่อของโดเมนที่จดทะเบียนต้องเป็นชื่อ
ของสถานศึกษานั้นๆ หรือชื่อย่อของชื่อสถานศึกษา ใช้สำเนาเอกสารการขออนุญาตก่อตั้ง
สถานศึกษาเป็นหลักฐาน
- .GO.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการของประเทศไทย โดยปกติจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่
- .IN.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ชื่อโดเมนจะใช้ชื่ออะไรก็ได้ ใช้สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาใบขับขี่เป็นหลักฐานการจดทะเบียน
หลักที่ใช้ในการตั้งชื่อ Domain
- ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
- สามารถใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลข หรือเครื่องหมายขีด (-) ได้
- ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้
- ห้ามใช้เครื่องหมายขีด (-) นำหน้าชื่อ domain
- ห้ามเว้นวรรคในชื่อ domain
ขึ้นข้างบน