หน้าแรก


   





Welcome everybody to "A  Development of Web-Base Instruction  Entitled   “Searching  on  Internet” of  Technology  Information  Subject  of  Fourth  Interval  Student"


WORLD WILDE WEB (WWW)


World Wide Web
หมายถึงอะไร

Wold Wide Web ( WWW )   หมายถึง  เน็ตเวิร์คที่มีการเชื่อมต่อกันไปทั่วโลก  
เรียกย่อว่า “เว็บ“  ( Web)  ในเว็บมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจเก็บรวบรวม 
ทำให้สามารถดูเอกสารหรือค้นหาสารสนเทศที่ต้องการได้ ซึ่งจะแสดงผลออกมาทีละหน้า 
แต่ละหน้าเรียกว่า  “เว็บเพจ”  (Web Page)


ส่วนประกอบของ WWW

แหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์(Web Site)
โปรแกรมเว็บบราวเซอร์(Web Browser)
เว็บไซต์หรือเว็บเซิรฟ์เวอร์ เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เป็นแหล่งเก็บ เว็บเพจ เว็บบราวเซอร์

หรือเว็บไคลเอ็นต์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเข้าสู่
WWW เพื่อเปิดดูเว็บเพจในเว็บไซต์



ภาพจาก www.thaigoodview.com

Home Page

Home Page เป็นหน้าแรกของเว็บไซต์  ซึ่งเมื่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้เวบไซต์จะเห็นหน้านี้เป็นหน้าแรก  มีหน้าที่แสดงข้อมูลข่าวสาร  การโฆษณา  และประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ทราบว่าในเว็บไซต์มีอะไรบ้าง
รวมถึงการแสดงเมนูต่างๆ โดยเชื่อมโยงไปยังเวบเพจต่างๆ ภายในเว็บไซต์  ในหน้านี้จะมีการออกแบบ
ให้มีความสวยงามและน่าสนใจ  เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเกิดความสนใจที่จะเข้ามาชมในเว็บไซต์


ภาพจาก http://www.catdns5.com/


Web Page


เอกสารต่างๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์  เรียกว่า  เว็บเพจ เป็นหน้าเอกสารต่างๆ ทั้งหมดภายในเว็บไซต์ 
ซึ่งเว็บเพจจะแสดงข้อมูลต่างๆ ภายในเว็บไซต์  สามารถเข้าไปดูข้อมูลในแต่ละหน้าได้ 
โดยการเชื่อมโยงจากหน้าโฮมเพจ  หรือจากการเชื่อมโยงจากเว็บเพจหน้าอื่นๆ ในเว็บไซต์เดียวกัน

Web Sites
เว็บไซต์ (Web Site) คือ แหล่งเก็บเว็บเพจหลาย ๆ หน้า หรือการนำเอาเว็บเพจหลาย ๆ หน้ามารวมกันให้อยู่ภายใต้ชื่อหนึ่งชื่อเหมือนกัน  ใช้เผยแพร่ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต 
โดยเมื่อผู้ใช้ต้องการเปิดดูข้อมูลในเวบไซต์  บราวเซอร์จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลมายัง
เครื่องที่เวบไซต์เพื่อดึงข้อมูลไปแสดงให้กับผู้ใช้

๊URL คือ อะไร
โปรแกรมชี้แหล่งทรัพยากรสากล
หรือตัวชี้แหล่งในอินเทอร์เน็ต
(อังกฤษ: universal resource locator หรือ uniform resource locator)
เรียกโดยย่อว่า "ยูอาร์แอล" (อังกฤษ: URL) หมายถึงตัวระบุแหล่งในอินเทอร์เน็ต โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและที่อยู่ของเว็บไซต์หนึ่ง ๆ

ลองจินตนาการถึงบ้านเรา URL ก็คือถนนที่นำทางไปสู่บ้านเรานั่นเอง
สมมติว่าเราฝากรูปไว้ที่ Photobucket ตัวหนังสือ http://..... ที่นำไปสู่รูปเราก็คือ URL นั่นเอง

หมายเลขอินเตอร์เน็ต หรือ IP Address จะเป็นรหัสประจำตัวของคอมพิวเตอร์
ที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต โดยหมายเลขนี้จะมีรหัสไม่ซ้ำกัน ประกอบไปด้วยตัวเลขจำนวน 4 ชุด
ด้วยกัน ที่คั่นด้วย เครื่องหมายจุด (.) ยกตัวอย่างเช่น 203.155.241.37 ครับ จะเป็นหมายเลข
IP Address ของเครื่อง thaiware.com

ชื่ออินเตอร์เน็ต ( DNS : Domain Name Server ) จะเป็นชื่อที่อ้างถึง คอมพิวเตอร์
ที่ต่อเข้ากับ อินเตอร์เน็ต เนื่องจาก IP Address เป็นตัวเลข 4 ชุด ซึ่งเป็นที่ยากในการจำเป็นอย่างมาก
และ ไม่ได้สะดวกต่อผู้ใช้ ซึ่ง DNS นี้จะทำให้จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น เป็น mail.ksc.net.th ,
comnet3@ksc.net.th
( mail คือ ชื่อ คอมพิวเตอร์ , ksc คือชื่อ เครือข่ายท้องถิ่น ,
net คือ ซับโดเมน , th คือ ชื่อโดเมน)

ดเมนเนม คืออะไร?

โดเมนเนม (domain name) คือ ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์ (เช่น เป็นส่วนหนึ่งของ
ที่อยู่เว็บไซต์ หรืออีเมล์แอดเดรส) เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม เพื่อระบุถึง
ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์ของตน
บางครั้ง เราอาจจะใช้ "ที่อยู่เว็บไซต์" แทนก็ได้

หรือเว็บไซต์มีอยู่มากมายบนอินเตอร์เน็ต แต่ละเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องมีชื่อส่วนตัวหรือโดเมนเนม
เป็นของตัวเองไม่ซ้ำกัน เช่น hotmail.com, thailand.net หรือ thailand.org เป็นต้น โดยจะมีองค์กรในหลายๆประเทศที่รับจดทะเบียนโดเมนเนมในประเภทที่แตกต่างกันไป อาทิ
Internic.net ในอเมริกาเป็นผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .com หรือ .net
แต่ในขณะที่ ThaiNic.net ของไทยรับจดทะเบียนเฉพาะ .co.th หรือ .co.org เป็นต้น
ชื่อโดเมน หรือ โดเมนเนม (domain name) คืออะไร

โดเมนเนม ความหมายโดยทั่วๆ ไป หมายถึง ชื่อเว็บไซต์ ชื่อบล็อก ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อให้
จดจำและนำไปใช้งานได้ง่าย ทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแล
ระบบโดเมนเนมซีสเทม ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที
โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยนแปลง
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บไซต์ จะมีโดนเมนเนมเฉพาะไม่ซ้ำกับใคร

โดนเมนเนม มีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ
ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

ประเภทของ Domain Name แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
  1.  โดเมน 2 ระดับ   ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน
  2.  โดเมน 3 ระดับ   ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ


โดนเมนเนม 2 ระดับ  
จะประกอบด้วย  www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน เช่น www.b2ccreation.com
ประเภทของโดเมน คือ คำย่อขององค์กร โดยประเภทขององค์กรที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้

    * .com คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .org คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร
    * .net คือ องค์กรที่เป็นเกตเวย์ หรือ จุดเชื่อมต่อเครือข่าย
    * .edu คือ สถาบันการศึกษา
    * .gov คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .mil คือ องค์กรทางทหาร
    
โดนเมนเนม 3 ระดับ  
จะประกอบด้วย www . ชื่อโดเมน . ประเภทของโดเมน . ประเทศ เช่น www.kmitnb.ac.th,
www.nectec.or.th, www.google.co.th
 
ประเภทขององค์กรที่พบบ่อยคือ

    * .co คือ บริษัท หรือ องค์กรพาณิชย์
    * .ac คือ สถาบันการศึกษา
    * .go คือ องค์กรของรัฐบาล
    * .net คือ องค์กรที่ให้บริการเครือข่าย
    * .or คือ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงผลกำไร

ตัวย่อของประเทศที่ตั้งขององค์กร

    * .th   คือ ประเทศไทย
    * .cn  คือ ประเทศจีน
    * .uk  คือ ประเทศอังกฤษ
    * .jp   คือ ประเทศญี่ปุ่น
    * .au  คือ ประเทศออสเตรเลีย

ขึ้นข้างบน

โดเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ
โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
ที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine
ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index
กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

(ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.b2ccreation.com/)

สรุป (เพิ่มเติม)

ชื่อโดเมน หรือ โดเมนเนม (domain name) หมายถึง ชื่อที่ใช้ระบุลงในคอมพิวเตอร์
(เช่น เป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่เว็บไซต์ หรืออีเมล์แอดเดรส) เพื่อไปค้นหาในระบบ โดเมนเนมซีสเทม
เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส ของชื่อนั้นๆ เป็นชื่อที่ผู้จดทะเบียนระบุให้กับผู้ใช้เพื่อเข้ามายังเว็บไซต์
ของตน บางครั้ง เราอาจจะใช้ "ที่อยู่เว็บไซต์" แทนก็ได้ โดเมนเนม หรือ ชื่อโดเมน เป็นชื่อที่ตั้ง
ขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เนื่องจากไอพีแอดเดรสนั้นจดจำได้ยากกว่า และเมื่อการเปลี่ยนแปลง
ไอพีแอดเดรส ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสใหม่ ยังคงใช้โดเมนเนมเดิมได้ต่อไป
อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมนเนม ได้แก่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ "-"
(ยัติภังค์) คั่นด้วย "." (มหัพภาค) โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข
มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน

1 ไอพีแอดเดรส สามารถใช้โดเมนเนมได้มากกว่า 1 โดเมนเนม และหลายๆ โดเมนเนมอาจจะใช้
ไอพีแอดเดรสเดียวกันได้
ตัวอย่าง
ตัวอย่างต่อไปนี้ แสดงถึงความแตกต่างระหว่าง ยูอาร์แอล (URL) โดเมนเนม และ ซับโดเมน

ยูอาร์แอล: http://www.example.com/
โดเมนเนม: example.com
ซับโดเมน : subdomain.example.com

โดยทั่วไป ไอพีแอดเดรสกับชื่อเซิร์ฟเวอร์มักจะแปลงกลับไปมาได้ 1 ไอพีแอดเดรสมักหมายถึง 1 ชื่อ
เซิร์ฟเวอร์ แต่ปัจจุบัน ความสนใจในเรื่องเว็บ ทำให้จำนวนเว็บไซต์มีมากกว่าเซิร์ฟเวอร์ โปรโตคอล
HTTP จึงระบุว่าไคลเอนต์จะเป็นผู้บอกเซิร์ฟเวอร์ว่าชื่อใดที่ต้องการใช้ วิธีนี้ 1 เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้
1 ไอพีแอดเดรสจะใช้โดเมนเนมได้หลายชื่อ

ยกตัวอย่าง เซิร์ฟเวอร์ที่มีไอพี 192.0.34.166 อาจจะใช้งานโดเมนเนมเหล่านี้ได้:

example1.com
example2.net
example3.org
เมื่อมีคำร้องขอ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชื่อโฮสต์ก็จะถูกร้องขอเช่นกัน เพื่อส่งไปยังผู้ใช้

ที่มา: วิกิพีเดีย และhttp://www.krooit.com/

ขึ้นข้างบน

การจดทะเบียน Domain แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • การจดทะเบียน Domain ต่างประเทศ
  • การจดทะเบียน Domain ภายในประเทศ

การจดทะเบียน Domain ต่างประเทศ

  1. .COM ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนตัว
    และมีบางครั้งนำไปใช้ทำเว็บไซต์ (web site) ประเภทอื่นๆ ด้วย
  2. .NET ใช้ทำเว็บไซต์เกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ค (network) ของคอมพิวเตอร์
    หรือเว็บไซต์บริการอินเทอร์เน็ต แต่บางครั้งก็นำไปใช้ด้านอื่นด้วย
  3. .ORG ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ บางครั้งก็มีการจดทะเบียนนำไปใช้กับ
    เว็บไซต์ประเภทอื่นด้วย

การจดทะเบียน Domain ภายในประเทศ

  1. .CO.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของบริษัท ห้างร้านโดยทั่วไป
  2. .OR.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการ และชื่อโดเมนต้องเป็นชื่อขององกร
    หรือตัวย่อของชื่อองค์กรนั้นๆ ต้องใช้สำเนาเอกสารทางราชการเป็นหลักฐาน
    การจดทะเบียน
  3. .AC.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของสถานศึกษาต่างๆ ชื่อของโดเมนที่จดทะเบียนต้องเป็นชื่อ
    ของสถานศึกษานั้นๆ หรือชื่อย่อของชื่อสถานศึกษา ใช้สำเนาเอกสารการขออนุญาตก่อตั้ง
    สถานศึกษาเป็นหลักฐาน
  4. .GO.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของส่วนราชการของประเทศไทย โดยปกติจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่
  5. .IN.TH ใช้ทำเว็บไซต์ของบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป ชื่อโดเมนจะใช้ชื่ออะไรก็ได้ ใช้สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาใบขับขี่เป็นหลักฐานการจดทะเบียน

    หลักที่ใช้ในการตั้งชื่อ Domain

    • • ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
    • • สามารถใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกับตัวเลข หรือเครื่องหมายขีด (-) ได้
    • • ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้
    • • ห้ามใช้เครื่องหมายขีด (-) นำหน้าชื่อ domain
    • • ห้ามเว้นวรรคในชื่อ domain
                                                                             ขึ้นข้างบน  


BROWSER :: บราวเซอร์
 

บราวเซอร์ จากคำว่า Browser คือ โปรแกรมสำหรับเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเข้าถึง
อินเทอร์เน็ต จากนั้นจะเลือกใช้เสริชเอ็นจิ้นมาช่วยหาข้อมูลโดยสร้างคีย์เวิร์ดใส่ลงในเสริชเอ็นจิ้น
หรือจะคีย์ชื่อเว็บเต็ม ๆ ที่ต้องการหาข้อมูลลงในบราวเซอร์ก็ได้ บราวเซอร์ที่สำคัญ อาทิ IE หรือ
Internet Explorer / Netscape / Mozilla Firefox / Safari / Opera
แต่ว่า บราวเซอร์ที่เรารู้จักและนิยมใช้มากที่สุดคือ IE หรือ Internet Explorer หรือรูป
ของค่ายไมโครซอฟต์รองลงมาคือ Netscape


การใช้งาน IE หรือ Internet Explorer

เมื่อสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คุณสามารถเข้าถึงเว็บโดยการใช้ Internet Explorer ซึ่งเป็น
เว็บเบราว์เซอร์ ที่รวมอยู่กับ Windows คุณยังสามารถใช้เว็บเบราว์เซอร์อื่นที่คุณติดตั้งไว
้บนคอมพิวเตอร์ของเราได้

การเริ่ม Internet Explorer

เปิด Internet Explorer โดยการคลิกปุ่ม เริ่ม     รูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม'                   แล้วคลิก Internet Explorer
เมื่อเราเริ่ม Internet Explorer คุณจะไปที่เว็บเพจที่ตั้งค่าเป็น โฮมเพจ โดยค่าเริ่มต้น
โฮมเพจจะตั้งไว้ที่ MSN.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของ Microsoft ที่มีการเชื่อมโยงไปยังข้อมูล
และบริการที่หลากหลาย (ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของเราอาจตั้งค่าโฮมเพจอื่นไว้ให้) อย่างไรก็ตาม
เราสามารถเลือกเพจอื่น (หรือเพจว่าง) เป็นโฮมเพจได้ โปรดดู การเปลี่ยนโฮมเพจ Internet Explorer

การป้อนที่อยู่เว็บ
เว็บเพจจะมีที่อยู่เว็บของตัวเองเช่นเดียวกับสถานที่พักอาศัยทุกที่ซึ่งมีที่อยู่เฉพาะ ที่อยู่นั้นเรียกว่า
Uniform Resource Locator (URL) ตัวอย่างเช่น URL ของเว็บไซต์หลักของโรงเรียน
โพนทองพัฒนาวิทยา คือ http://www.patwit.ac.th/
ถ้าเราทราบ URL ของเพจใดๆ ก็สามารถพิมพ์ URL ลงใน Internet Explorer ได้โดยตรงดังนี้
1. ในกล่องที่อยู่ให้พิมพ์ url ลงไป
2. คลิกปุ่ม ไป หรือกด ENTER เพื่อไปที่เว็บไซต์นั้น
ใช้กล่องที่อยู่เพื่อพิมพ์ URL

  • ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ http:// ตัวอย่างเช่น คุณสามารถพิมพ์ www.microsoft.com
    และ Internet Explorer จะเติมส่วนที่เหลือให้เอง
เมื่อต้องการป้อน URL ที่ลงท้ายด้วย ".com" อย่างรวดเร็ว ให้พิมพ์ส่วนที่อยู่ระหว่าง
"www." และ ".com" แล้วกด CTRL+ENTER

การนำทางเบื้องต้น
การใช้การเชื่อมโยง เว็บเพจส่วนใหญ่มีการเชื่อมโยงนับสิบหรือนับร้อยรายการ เมื่อต้องการ
ไปจากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่ง ให้คลิกที่การเชื่อมโยงนั้นๆ อย่างไรก็ตาม การดูว่าส่วนใดบนเพจที่เป็นการเชื่อมโยงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป การเชื่อมโยงอาจเป็นข้อความ
รูปภาพ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน การเชื่อมโยงข้อความมักจะปรากฏเป็นสีและขีดเส้นใต้ แต่ลักษณะการเชื่อมโยงจะแตกต่างกันไปในแต่ละเว็บไซต์
เมื่อต้องการทดสอบว่าส่วนใดเป็นการเชื่อมโยง ให้ ชี้ ไปที่ส่วนนั้น ถ้าเป็นการเชื่อมโยง
จะมีสองสิ่งเกิดขึ้น คือ
        1. ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นมือพร้อมนิ้วชี้ 
        2. มี URL ปรากฏในแถบสถานะของเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นเว็บไซต์ที่
จะไปหากคลิกการเชื่อมโยง

การชี้ไปที่การเชื่อมโยงจะเปลี่ยนตัวชี้เมาส์และแสดง URL ของเว็บเพจในแถบสถานะ
การใช้ปุ่ม 'ย้อนกลับ' และ 'ไปข้างหน้า' ขณะที่คุณไปจากเพจหนึ่งไปอีกเพจหนึ่ง
Internet Explorer จะติดตามคุณไปด้วย เมื่อต้องการกลับไปยังเพจก่อนหน้า
ให้คลิกปุ่ม ย้อนกลับ คลิกปุ่ม ย้อนกลับ หลายๆ ครั้งเมื่อต้องการย้อนกลับขั้นตอนต่างๆ
ที่คุณทำไป หลังจากที่คุณคลิกปุ่ม ย้อนกลับ คุณสามารถคลิกปุ่ม ไปข้างหน้า
เพื่อไปข้างหน้าตามขั้นตอนต่างๆ ปุ่ม 'ย้อนกลับ' (ด้านซ้าย)
ปุ่ม 'ไปข้างหน้า' (ด้านขวา)
การใช้เมนู 'เพจที่มีการใช้งานล่าสุด' ถ้าคุณต้องการกลับไปยังเพจที่คุณเข้าเยี่ยมชม
ในช่วงการทำงานปัจจุบัน แต่ต้องการหลีกเลี่ยงการคลิกปุ่ม 'ย้อนกลับ' หรือปุ่ม 'ไปข้างหน้า
' ซ้ำๆ กันให้ใช้เมนู 'เพจที่มีการใช้งานล่าสุด' คลิกลูกศรข้างปุ่ม ไปข้างหน้า
แล้วเลือกเพจจากในรายการ


การค้นหาเว็บ
ด้วยเว็บเพจที่มีอยู่มากมาย การค้นหาข้อมูลที่ต้องการจึงเป็นไปได้ยากถ้าคุณต้องเรียกดู
ูผ่านเว็บแต่ละเว็บ โชคดีที่มีวิธีการอื่นอยู่ สามารถใช้ โปรแกรมค้นหา เพื่อค้นหาเพจที่เกี่ยวข้อง
กับคำหรือวลีที่คุณระบุมากที่สุด
โปรแกรมค้นหาเว็บหลักๆ คือ Google, Yahoo! Search, MSN Search,
AOL Search และ Ask.com เราสามารถค้นหาเว็บได้โดยตรงจากเว็บไซต์
ของโปรแกรมค้นหานั้นๆ หรือเมื่อต้องการบันทึกขั้นตอนการนำทางไปยังเว็บไซต์การค้นหาก่อน
สามารถใช้กล่องค้นหาใน Internet Explorer ตามที่ปรากฏด้านล่างนี้

กล่องค้นหา
ก่อนที่เราจะใช้กล่องค้นหาเป็นครั้งแรก ให้เลือกผู้ให้บริการค้นหาเริ่มต้น ซึ่งก็คือโปรแกรมค้นหาที่
Internet Explorer ใช้ทุกครั้งที่คุณค้นหา ถ้าคุณไม่เลือกตัวให้บริการค้นหาไว้ ระบบจะใช้
Windows Live Search (ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ที่อาจตั้งค่าตัวให้บริการค้นหาเริ่มต้นตัวอื่นไว้)
การค้นหาเว็บโดยการใช้กล่องค้นหา
     1. ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์คำหรือวลีสองสามคำเกี่ยวกับหัวข้อที่คุณสนใจ ตัวอย่างเช่น
"chocolate cake recipe" ให้ระบุให้เฉพาะเจาะจงเท่าที่คุณจะทำได้
     2. กด ENTER หรือคลิกปุ่ม ค้นหารูปภาพของปุ่ม 'ค้นหา' ใน Internet Explorer
เพจของผลลัพธ์การค้นหาจะปรากฏขึ้น
คลิกที่ผลลัพธ์ใดผลลัพธ์หนึ่งเพื่อไปที่เว็บไซต์นั้น ถ้าคุณไม่เห็นสิ่งที่คุณค้นหา ให้คลิก
ถัดไป
ที่ด้านล่างของเพจเพื่อดูผลลัพธ์เพิ่มเติม หรือลองค้นหาใหม่อีกครั้ง


หมายเหตุโปรดทราบว่าผลลัพธ์การค้นหาบางอย่างเป็นโฆษณาที่มีการชำระเงิน
โดยจะมีป้ายชื่อติดว่า "Sponsored Sites" หรือ "Sponsored Links"

การบันทึกเว็บเพจรายการโปรด
เมื่อคุณค้นพบเว็บไซต์ที่คุณต้องการกลับไปเยี่ยมชมเป็นประจำ ให้บันทึกเว็บไซต์นั้นเป็น
รายการโปรด ใน Internet Explorer วิธีการดังกล่าวทำให้เมื่อคุณต้องการกลับไปที่เว็บไซต์ คุณสามารถคลิกที่เว็บไซต์ที่อยู่ในรายการโปรด โดยไม่ต้องจำหรือพิมพ์ที่อยู่เว็บใหม่อีกครั้ง

1.

ใน Internet Explorer ให้ไปที่เว็บเพจที่คุณต้องการบันทึกเป็นรายการโปรด

2.

คลิกปุ่ม เพิ่มในรายการโปรดรูปของปุ่ม เพิ่มลงในรายการโปรด จากนั้นคลิก เพิ่มในรายการโปรด

3.

ในกล่อง ชื่อ ให้พิมพ์ชื่อของเว็บเพจ แล้วคลิก เพิ่ม


 

การเปิดรายการโปรด

 

1.

ใน Internet Explorer ให้คลิกปุ่ม ศูนย์รายการโปรดรูปของปุ่ม ศูนย์รายการโปรด

2.

คลิกปุ่ม รายการโปรด ถ้าไม่ได้เลือกไว้

3.

ในรายการ รายการโปรด ให้คลิกเว็บเพจที่คุณต้องการเปิด

การใช้รายการ 'ประวัติ'
เมื่อต้องการดูเว็บเพจที่คุณเข้าเยี่ยมชมใน 20 วันที่ผ่านมา คุณสามารถใช้รายการ 'ประวัติ' ได้

1.

ใน Internet Explorer ให้คลิกปุ่ม ศูนย์รายการโปรด

2.

คลิกปุ่ม ประวัติ ถ้าไม่ได้เลือกไว้

3.

ในรายการ ประวัติ ให้คลิกวันหรือสัปดาห์ แล้วคลิกชื่อเว็บไซต์ รายการจะขยายเพื่อแสดงแต่ละเว็บเพจที่คุณเข้าเยี่ยมชมบนเว็บไซต์นั้น

4.

คลิกเว็บเพจที่คุณต้องการเปิด

รายการ 'ประวัติ'

การเปิดหลายเว็บเพจ
ในบางครั้ง คุณอาจต้องการเปิดเว็บเพจที่สอง (หรือสามหรือสี่) โดยที่ไม่ปิดเว็บเพจแรก
เพื่อให้เป็นไปตามต้องการ Internet Explorer ให้คุณสามารถสร้าง แท็บ ของเพจใหม
่แต่ละเพจที่คุณต้องการเปิด คุณสามารถใช้แท็บเพื่อสลับระหว่างเพจต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
และคุณสามารถดูเพจทั้งหมดได้ในคราวเดียวกัน
เมื่อต้องการเปิดเว็บเพจบนแท็บใหม่ ให้คลิกปุ่ม แท็บใหม่


ปุ่ม 'แท็บใหม่'
หลังจากที่คุณคลิกปุ่มนี้ เพจว่างจะเปิดบนแท็บใหม่

เพจว่างบนแท็บใหม่

ในตอนนี้คุณสามารถเปิดเว็บเพจได้โดยการพิมพ์ URL โดยใช้กล่องค้นหา หรือเลือกจาก
'รายการโปรด' หรือรายการ 'ประวัติ' เมื่อคุณเปิดเพจไว้หลายเพจ ให้คลิกแท็บเพื่อสลับระหว่างเพจต่างๆ
เมื่อต้องการดูเว็บเพจที่เปิดอยู่ทั้งหมดพร้อมกัน ให้คลิกปุ่ม แท็บด่วนรูปของปุ่ม แท็บด่วน คุณจะเห็นแต่ละเว็บเพจในรุ่นขนาดย่อ คลิกที่เว็บเพจเมื่อต้องการสลับไปที่เพจนั้น


ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.microsoft.com/thailand/

 ขึ้นข้างบน  

 


 
    

ขึ้นบน